24 มิถุนายน 2475 รำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของประเทศไทย

24 มิถุนายน 2475
24 มิถุนายน 2475

เนื่องใน วันที่ 24 มิถุนายน 2475 หรือวันอภิวัฒน์สยาม ถือว่าเป็นวันสำคัญแห่งการเปลี่ยนแปลง การปกครองของประเทศไทย “แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” แถมยังเป็นวันสถาปนา ของระบอบประชาธิปไตย ที่ให้พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย อยู่ใต้กฏข้อบังคับของรัฐธรรมนูญ จากกลุ่มของคณะราษฎร และถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และส่งผลมาถึงยุคปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่า“วันอภิวัฒน์สยาม” จะไม่ค่อยถูกจดจำกัน ในหมู่คนไทยมากนัก

แต่ถ้าเรานำไปเปลี่ยนเทียบกับเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ถ้ามองในมุมมองของความน่าสนใจนั้น บอกเลยว่าคนไทยควรรับรู้ เพราะว่าวันอภิวัฒน์สยาม ก็มีความน่าสนใจ ไม่แพ้กับวันสำคัญอื่นๆ ของประเทศไทยเลย ทางเราจะนำท่านไปรู้จักกับ เรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวันอภิวัฒน์สยาม ที่คุณนั้นอาจจะไม่เคยรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อน 24มิถุนายน2475

เรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวันอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 ที่คนไทยควรรับรู้

เรื่องที่1 คือวันอภิวัฒน์สยามได้เกิดในสมัยของรัชกาลที่ 7 โดยเหตุการณ์ของวันอภิวัฒน์สยาม ได้เกิดขึ้นในรัชสมัยของ”พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7” ซึ่งระหว่างที่กำลังเกิดเหตุการณ์ ดังกล่าวขึ้นนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปประทับ อยู่ที่พระราชวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้เสด็จกลับพระนครในวันที่ 25 มิถุนายน 2475 โดยการเดินทางกลับด้วยรถไฟพระที่นั่ง ของคณะผู้รักษา”พระนครฝ่ายทหาร”ที่ส่งไปรับพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 และในวันที่ 27 มิถุนายน 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าอยู่หัวพระราชทาน”พระราชบัญญัติธรรมนูญ”ในการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ให้เป็นไปตามกฏกติกา ของการปกครองบ้านเมือง เป็นการชั่วคราวไปก่อนในสมัยนั้น24 มิถุนายน 2475 คือวันอะไร

เรื่องที่2 คือเรื่องคณะราษฎรนั้นคือใคร เป็นกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ที่ดี ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง”แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์”ให้เป็นระบบการปกครองเป็น”ระบอบประชาธิปไตย”ที่มีข้อบังคับที่ว่า พระกษัตริย์จะต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และถือว่าเป็นการริเริ่มการเมืองแบบใหม่ ของประเทศไทย ในรัชสมัยนั้น โดยแรกเริ่มของกลุ่มคณะราษฎร ได้ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส จากกลุ่มนักเรียนไทยที่ไปเรียนที่ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2467

โดยมีผู้ที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนั้นหลายท่านซึ่งประกอบไปด้วยหลวงศิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี) / นายปรีดี พนมยงค์ / นายตั้ว ลพานุกรม / นายประยูร ภมรมนตรี / ร.ท.แปลก ขีตตะสังคะ / นายแนบ พหลโยธิน และร.ท.ทัศนัย นิยมศึก

แถมกลุ่มคณะราษฎรก็ไม่ได้มีแต่นักเรียนไทย ที่ไปเรียนต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังมีทั้งกลุ่มนักเรียนไทย ที่เรียนอยู่ในประเทศไทย ทั้งข้าราชการในไทย และกลุ่มพลเรือนอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีการศึกษา คณะครู หนังสือพิมพ์หรือนักเขียน ยังรวมไปถึงเจ้าของกิจการรายย่อย ผู้คนชนชั้นกลางในเมืองและพ่อค้าต่างๆ  24มิถุนายน2475
24 มิถุนายน 2475
24 มิถุนายน2475

เรื่องที่3 คือปัจจัยที่ทำให้เกิดการอภิวัฒน์สยามในวันที่24มิถุนายน2475 ประกอบไปด้วย 5 ปัจจัยหลักดังนี้ 

ปัจจัยที่1 คือด้านสถาบันการเมือง ที่มีการมอบอำนาจทั้งหมดในกับกลุ่มเจ้านาย และกลุ่มขุนนางชั้นสูงต่างๆ ที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินนั้น มีความล่าช้า และขาดประสิทธิภาพในการบริหาร และความไม่เป็นธรรมในระบบของราชการในประเทศ

ปัจจัยที่2 คือด้านอุดมการณ์ ซึ่งมีการส่งเสริมแนวคิดใหม่ ให้ประชาชนในประเทศเกิดจิตใต้สำนึก และตื่นตัว และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในประเทศตัวเองให้ดีขึ้นมากกว่าเดิม

ปัจจัยที่3 คือด้านการก่อตัวของชนชั้นใหม่ เรื่องนี้นั้นสืบเนื่องมาจาก ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีกลุ่มคนใหม่ๆ เหล่านี้ มีจิตสำนึกที่ดีมีการใฝ่หาเสรีภาพ กับความทันสมัย และความเสมอภาค เท่าเทียมกันทุกคนในประเทศ

ปัจจัยที่4 คือด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในช่วงปี 2472 ถึงปี 2475 ทางรัฐบาลไทยจึงมีการตัดสินใจ ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการจัดทำงบประมาณที่ขาดดุล และยังมีการปรับข้าราชการในระดับชั้นกลาง และระดับล่างออก แต่ปกป้องชนชั้นสูง และขุนนางต่างๆ และยังขึ้นภาษีประชาชน ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนชั้นกลาง และราษฎรของประเทศ จนเกิดกระแสที่ไม่พอใจต่อรัฐบาล ในสมัยนั้นอย่างหนัก

ปัจจัยที่5 คือสภาพแวดล้อมภายนอก ที่มีการล่มสลายของ”ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์”ไปทั่วโลก ซึ่งจะเห็นได้ชัด อย่างประเทศจีน และประเทศแถวยุโรป อย่างประเทศรัสเซีย ประเทศเยอรมนี ประเทศออสเตรีย และประเทศฮังการี 24 มิถุนายน 2475 สรุป

เรื่องที่4 คือในการอภิวัฒน์สยามได้แบ่งเป็น 2 รอบด้วยกัน รอบที่ 1 คือหลังจากเกิดการอภิวัฒน์สยาม ในครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ ฝ่ายขุนนางเป็นอย่างมาก และทางฝ่ายขุนนาง ต้องการเปลี่ยนแปลง”ระบอบรัฐธรรมนูญ” และต้องการแย่งอำนาจการปกครอง กลับคืนมาจากคณะราษฎร ส่งผลให้ระบอบประชาธิปไตยในรัฐสภา หยุดชะงักตัวลงเกือบปี ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการอภิวัฒน์สยามเป็นรอบที่ 2 ในปีพุทธศักราช 2476 เป็นการรัฐประหาร ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา และเป็นจุดเริ่มต้น ในการต่อสู้กันของฝ่ายคณะราษฎรที่ต้องการพิทักษ์ และรักษามรดกของการอภิวัฒน์ในครั้งนี้ กับฝ่ายขุนนางที่ต้องการทำลายคณะราษฎรในครั้งนั้น และต้องการเปลี่ยนแปลง”ระบอบประชาธิปไตย” ที่มีการแบ่งแยกอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญ ให้กลับไปสู่ระบอบ”กึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์”อีกครั้ง24 มิถุนายน 2475 สรุป

24มิถุนายน2475
24มิถุนายน2475

เรื่องที่5 คือเป็นการจุดชนวนให้เกิด”กบฏบวรเดช”ขึ้น เกิดจากเป็นความพยายาม ที่จะทำการรัฐประหารด้วยกำลังอาวุธของทหาร เพื่อล้มรัฐบาลของคณะราษฎรในปีพุทธศักราช 2476 ภายใต้ชื่อการปฏิบัติการ อย่างเป็นทางการในสมัยนั้นว่า “คณะกู้บ้านกู้เมือง” ซึ่งจะประกอบไปด้วยเจ้านายชั้นสูง และขุนนางที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คือพระวรวงศ์เธอ และพระองค์เจ้าบวรเดช ได้เป็นผู้นำในการกบฏครั้งนั้นอีกด้วย ซึ่งท่านได้ยื่นคำขาดกับรัฐบาลของคณะราษฎรให้ใช้การปกครองบ้านเมืองในรูปแบบของ”ระบอบราชาธิปไตย” โดยใช้กำลังทหารจากหัวเมืองต่างๆ ของประเทศไทยเป็นกำลังหลักในครั้งนั้น จนกระทั่งเกิดการปะทะกันที่ดุเดือดที่สุดในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2476

เรื่องที่6 คือผลกระทบหลังจากเกิดการอภิวัฒน์สยาม2475  ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นผลกระทบต่อการบริหารประเทศเป็นอย่างมาก ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนมีทั้ง 4 ผลกระทบ 1.ด้านการเมือง 2.ด้านสังคม 3.ด้านเศรษฐกิจ 4.ด้านวัฒนธรรมและความคิด เรียกได้ว่าในวันที่24 มิถุนายน 2475หรือวันการอภิวัฒน์สยามสามารถเรียกได้ว่า”เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” เพราะมีรูปแบบทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่  เกิดโครงสร้างของการเมืองแบบใหม่ และเป็นการปลูกฝังจิตใต้สำนึกแบบใหม่ให้กับประชาชนชาวไทย

บทความแนะนำ