“นาข้าวสีทอง”ยูเครน ซัดประตูชัยช่วงต่อเวลาพิเศษเขี่ย “ไวกิ้ง” สวีเดน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2020

“ไวกิ้ง” สวีเดน
“ไวกิ้ง” สวีเดน

การแข่งขันฟุตบอลศึก”ชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป 2020” “นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนซัดประตูชัยช่วงต่อเวลาพิเศษเขี่ย “ไวกิ้ง” สวีเดน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถือว่าเป็นดราม่าทดเจ็บช่วงต่อเวลาพิเศษหัวหอกตัวสำรองทีมชาติยูเครนซัดประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษนาที 120+1 ส่งผลให้“นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนคว้าตั๋วเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกของทีมชาติยูเครน โดยคู่นี้ลงสนามเป็นคู่ดึกของค่ำคืนวันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2564 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยคู่นี้นั้นได้ลงสนามแข่งกันที่สนามแฮมพ์เดนพาร์ค สเตเดี้ยม เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งทาง“นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครน จะไปดวลแข้งกับ”สิงโตคำราม”ทีมชาติอังกฤษที่เอาชนะ”อินทรีเหล็ก”ทีมชาติเยอรมันมาได้ 2-0 

เกมนี้นั้นทางกุนซือใหญ่“ทัพไวกิ้ง”ทีมชาติสวีเดน อย่างยานเน่ อันเดอร์สสัน ก็ยังคงใช้นักเตะหลักชุดเดิมเป็นหลักโดยแพ็กเกมมาแน่นมากๆ เลือกใช้แผนกลางสี่ โดยมีแนวรุกแดนหน้าเป็นทางด้านเดยัน คูลูเซฟสกี้ ที่ลงสนามประสานงานกับทางด้านอเล็กซานเดอร์ อิซัค คอยล่าประตูคู่แข่งในเกมนี้ ในขณะที่ฝั่งกุนซือใหญ่“นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครน อย่างอังเดร เชฟเชนโก้ เกมนี้นั้นจัดเกมรุกมาเต็มสูบโดยเลือใช้งานสามประสานแดนอย่างมิโคลา ชาปาเรนโก้ กับอังเดร ยาร์โมเลนโก้ และโรมัน ยาเรมชุค ลงสนามในเกมเพื่อล่าประตูคู่แข่งโดยมีการสนันสนุนจากสามประสานแดนกลาง สวีเดน ซูเปอร์เรตเทน

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเกม “ไวกิ้ง” สวีเดน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เกมครึ่งแรกเริ่มมานาที 7 เป็น”ทัพไวกิ้ง”ทีมชาติสวีเดน ได้โอกาสลุ้นทำประตูจากจังหวะของเอมิล ฟอร์สเบิร์ก ยิงไปติดบล็อคแนวรับก่อนในจังหวะแรก แต่บอลกลับมาเข้าทางของทางด้านเดยัน คูลูเซสกี้ ได้ซ้ำดาบสอง แต่ก็ยังไปติดแนวรับ“นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครน อย่างตาราส สเตฟาเนนโก้ ส่งผลในบอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมาในนาที 10 เป็นโอกาสของทีมชาติยูเครนบ้าง จากจังหวะการสวนกลับขึ้นมาของทางด้านมิโคลา ชาปาเรนโก้ ได้ลากบอลเกินครึ่งสนามเข้ามาหน้ากรอบเขต ก่อนจะยิงเต็มข้อแต่บอลหลุดออกนอกกรอบออกหลังไป

“ไวกิ้ง” สวีเดน
“ไวกิ้ง” สวีเดน
หลังจากนั้นเพียงอีกนาทีต่อมานิดเดียว “นาข้าวสีทอง” เกือบจะขึ้นนำ ในจังหวะการทำเกมรุกประสานงานระหว่างทางด้านโรมัน ยาเรมชุค จ่ายทะลุช่องไปให้ทางด้านยาร์โมเลนโก้ ก่อนตัดสินใจจ่ายบอลหักกลับคืนมาให้ทางด้านยาเรมชุค ซัด ได้กดแบบเน้นตรงกรอบ เลยไปติดเซฟนายถวาร“ทัพไวกิ้ง” ทีมชาติสวีเดน อย่างทางด้านโรบิน โอลเซ่น เกมดำเนินต่อมาเกือบๆ ยี่สิบนาในนาทีที่ 19 “ทัพไวกิ้ง” ทีมชาติสวีเดน ได้โอกาสบ้างจากจังหวะของทางด้านเดยัน คูลูเซสกี้ ได้ลากบอลไปส้นเส้นก่อนหักเข้าในกรอบเขตโทษให้กับอเล็กซานเดอร์ อิซัค ได้ลองปั่นด้วยเท้ยขวาส่งบอลพุ่งชนเสาด้านนอกออกไปไกล พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ต่อมาในนาที 27 “นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนา มาได้ประตูออกนำ“ทัพไวกิ้ง”ไปก่อน 1-0 จากจังหวะของทางด้านอังเดร ยาร์โมเลนโก้ ได้ดีดไซด์ก้อยนิดบอลนั้นเลยมาถึงเสาไกล แล้วก็เป็นโอกาสของโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ได้วิ่งมากดวอลเลย์แบบเน้นๆชนิดที่แบบว่าบอลพุ่งแรงทะลุมือของนายด่าน“ทัพไวกิ้ง” ทีมชาติสวีเดน อย่างโรบิน โอลเซ่น บองพุ่งเข้าไปกระทบตาข่ายเข้าไปอนนิ่งก้อนตาข่าย สวีเดน ซูเปอร์เร็ตเท่น

เกมเกือบเข้าครึ่งชั่วโมงแรกในนาทีที่ 29 ทีมชาติสวีเดนได้โอกาสลุ้นทำประตูตีเสมอในจังหวะที่ทีมนั้นได้ลูกฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษแล้วก็เป็นทางด้านเซบาสเตียน ลาร์สสัน รับหน้าที่ปั่นบอลพุ่งข้ามกำแพงมาได้ แต่ทว่าจอร์จี้ บุชชานนายด่านทีมชาติยูเครนาที่ยืนคุมตำแหน่งไว้ได้ดี จึงรับบอลเอาไว้ได้แบบสบายๆ เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกในนาทีที่ 32 “ทัพนาข้าวสีทอง”ได้โอกาสลุ้นประตูที่สอง จากจังหวะที่ทีมนั้นได้ลูกฟรีคิก ก่อนที่จะเปิดเข้าลุ้นในกรอบเขตโทษแนวรับ“ทัพไวกิ้ง”สกัดบอลกันไม่ดีทำให้บอลไหลมาเข้าทางของทางด้านอังเดร ยาร์โมเลนโก้ ก่อนกดเต็มข้อบอลพุ่งแรงเหินข้ามคานออกไปไกลแบบได้ลุ้น

“ไวกิ้ง”สวีเดน
“ไวกิ้ง”สวีเดน

ต่อมาช่วงท้ายครึ่งแรกในนาทีที่ 43 ทัพสวีเดนมาทำประตูตีเสมอ“ทัพนาข้าวสีทอง” เป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะของอเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่ได้ไหลบอลเรียดไปให้ทางด้านเอมิล ฟอร์สเบิร์กก่อนที่จะวิ่งมากดเต็มข้อบริเวณนอกกรอบเขตโทษบอลนั้นพุ่งแรงไปแฉลบขาของทางด้านซาบาร์นยี่ บอลผ่านมือนายด่าน “ทัพนาข้าวสีทอง” อย่างจอร์จี้ บุชชาน เข้าประตูไปอย่างสวยงาม และยังเป็นประตูที่ 4 ของดาวยิงของสโมสรแอร์เบ ไลป์ซิกในการแข่งขันศึกบอลยูโรครั้งนี้อีกด้วย หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ทำอะไรกันไม่ได้ส่งผลให้หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรกไปด้วยสอกร์”ทัพไวกิ้ง”ทีมชาติสวีเดน 1-1 “นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนา

พอเกมกลับมาต่อในแข่งขันครึ่งเวลาหลังในนาที่ 52 ทีมชาติสวีเดนได้โอกาสในการได้ประตูแซงนำจากจังหวะของทางด้านเอมิล ฟอร์สเบิร์ก ได้จ่ายบอลเข้ากลางมาให้กับเซบาสเตียน ลาร์สสัน ก่อนที่จะตั้งป้อมกดเต็มข้อบริเวณนอกกรอบ บอลพุ่งแรงชนเสาเหลี่ยมนอกออกไปอย่างน่าเสียดายจริง เกมเปิดแลกหมัดกันได้อย่างสนุกต่ม่อมาในนาทีที่ 55 ทีมชาติยูเครนเกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง จากจังหวะของทางด้านอังเดร ยาร์โมเลนโก้ได้จ่ายบอลไหลบอลคืนหลังมาให้กับทางด้านเซอรเก ซีดอร์ชุค ได้กดด้วยเท้าขวา บอลพุ่งแรงชนเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเดียอย่าง สวีเดน คัพ

แต่ทว่าในอีกนาทีต่อมา “ทัพไวกิ้ง”ก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะของอเล็กซานเดอร์ อิซัค ได้ลากบอลขึ้นมาก่อนจะจ่ายออกกราบซ้ายให้กับทางด้านเอมิล ฟอร์สเบิร์ก ได้วิ่งมากดเน้นบอลผ่านมือนายด่านทีมชาติยูเครน แต่บอลดันไปชโคนเสาออกไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง เกมดำเนินต่อไปผ่านชั่วโมงแรกไปในนาทีที่ 67 ทีมชาติสวีเดนเกือบได้ประตูอีกหนจากจังหวะของทางด้านเดยัน คูลูเซฟสกี้ ได้เลี้ยงบอลออกด้านข้างก่อนเลี้ยงตัดเข้ามาในกรอบเขตโทษแล้วก็ปั่นด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเสยใต้คานแต่แต่ทว่าจอร์จี้ บุชชานนายด่านทีมชาติยูเครน ที่ยังบินปัดออกไปได้ทันแบบหวุดหวิด

หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็มีโอกาสทำประตูกันทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะสุดยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นักขาดไปเกินไปจนหมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ไปด้วยสกอร์”ทัพไวกิ้ง”ทีมชาติสวีเดน 1-1“นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนา จึงต้องมรการต่อเวลาออกไปอีก 30 นาทีเพื่อผู้ชนะแต่ถ้ายังเสมอกันอยู่ก็ต้องดวลลูกโทษหาผู้ชนะ เกมต่อเวลาพิเศษมาในนาที่นาที 98ทีมชาติสวีเดนต้องมาเหลือตัวผู้เล่น 10 คน

“ไวกิ้ง” สวีเดน
“ไวกิ้ง” สวีเดน

จากจังหวะของทางด้านมาร์คุส ดาเนียลสัน โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะที่ไปเสียบเปิดปุ่มใส่ทางด้านอาร์เต็ม เบเซดีน ผู้ตัดสินอยู่ใกล้เหตุการณ์ไม่ลังเลควักใบแดงให้ทันที หลังจากนั้นดูเหมือนว่าเกมจะจบลงที่ 1-1 แต่ทว่าในนาทีที่ 120+1 “ทัพนาข้าวสีทอง” ทีมชาติยูเครนมาได้ประตูออกนำเป็น 2-1 จากจังหวะของโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ได้ครอสบอลเข้ามาเสาแรกให้อาร์เตม โดฟบิคได้วิ่งโฉบมาโขกเต็มๆ บอลพุ่งเข้าตาข่ายไปนอนก้นตาข่าย หลังจากนั้นผู้ตัดสินก็ป่าวจบเกมด้วยกอร์”ทัพไวกิ้ง”ทีมชาติสวีเดน 1-2 “นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนา

รายชื่อของตัวผู้เล่นที่ลงสนามในเกมนี้กันทั้งสองทีม

 ”ทัพไวกิ้ง”ทีมชาติสวีเดน จักทัพมาในระบบ4-4-2 ประกอบไปด้วยอเล็กซานเดอร์ อิซัค : โรบิน โอลเซ่น : คริสตอฟเฟอร์ โอลส์สัน : ปิแอร์ เบงท์สสัน 
: เดยัน คูลูเซฟสกี้ : วิคเตอร์ ลินเดอลอฟ : ฟิลิป เฮเลนเดอร์  : มาร์คุส เบิร์ก : อัลบิน เอ็คดัล : ลุดวิก เอากุสตินส์สัน : มาร์คุส ดาเนียลสัน : เซบาสเตียน ลาร์สสัน
: เอมิล คราฟธ์ : โรบิน ไควสัน : วิคเตอร์ เครสสัน : มิคาเอล ลุสติก : เอมิล ฟอร์สเบิร์ก

 “นาข้าวสีทอง”ทีมชาติยูเครนา จักทัพมาในระบบ4-3-3 ประกอบไปด้วยมิโคลา ชาปาเรนโก้ : โรมัน ยาเรมชุค : จอร์จี้ บุชชาน : อิลิย่า ซาบาร์นยี่
: วิคเตอร์ ซีกานคอฟ : เยฟเฮน มาคาเรนโก้ :โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ : อาร์เตม โดฟบิค : โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ : มีโคล่า มัตวิเยนโก้ : ตาราส สเตฟาเนนโก้
: อาร์เต็ม เบเซดิน : รุสลัน มาลินอฟสกี้ : อังเดร ยาร์โมเลนโก้ : เซอร์เกย์ คริฟต์ซอฟ : เซอรเก ซีดอร์ชุค ธง สวีเดน

บทความแนะนำ