“ โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส “ ในศึกยูโร 2020 จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 พากันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส
โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส

“ โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส “ ในศึกยูโร 2020 จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 พากันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป 2020 โดยคู่นี้ได้ลงสนามดวลแข้งกันเมื่อคืนวันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งในเกมดังกล่าวเป็นเป็นนัดสุดท้ายท้ายสุดของรอบแบ่งกลุ่มในกลุ่ม F เกมนี้ได้จัดการแข่งขันที่สนามปุสกัสอารีนา เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เป็นเกมคู่บิ๊กแมตซ์เป็นการโคจรมาดวลแข้งกันระหว่าง“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกสกับ“ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส พร้อมกันแล้วไปดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเกมนี้กัน

เกมนี้นั้นกุนซือใหญ่ของ“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกส อย่างแฟร์นานโด ซานโตส ได้จัดทัพแผนการเล่นมาในระบบ 4-3-3 เป็นการใช้แผนที่ใช้หน้าสาม และกลางสามคอยทำเกมรุก เริ่มกันที่3 ประสานแดนหน้าในเกมนี้ได้เลือกใช้งานทางด้านคริสเตียโน โรนัลโด้ กับแบร์นาร์โด้ ซิลวา และดิโอโก้ โชต้า เป็นตัวเป้าทั้งสามคนเพื่อคอยล่าประตูคู่แข่ง โดยมีเรนาโต้ ซานเชส กับดานิโล เปเรรา และเชา มูตินโญ ที่เป็นสามประสานแดนกลาง คอยสนันสนุนเกมรุก

ในขณะที่กุนซือของ“ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส อย่างดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ในเกมนี้นั้นได้จัดทัพมาในแผนการเล่นด้วยระบบ 4-2-3-1 โดยเลือกใช้สุนหน้าตัวเป้าอย่างคาริม เบนเซมา ลงสนามในเกมนี้ไว้คอยพังประตูคู่แข่ง โดยจะมีสามประสานแนวรุกตรงกลางคอยสนันสนุนอย่างคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับอองตวน กรีซมันน์ และโกร็องแต็ง โตลิสโซ ที่ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ โปรตุเกส vs ฝรั่งเศส

จังหวะการได้ประตูและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเกมที่ โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส

เกมการแข่งขันใน 45 นาทีแรกเริ่มมาได้เพียง 6 นาทีเท่านั้นเป็นทางด้าน“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกส ที่ได้โอกาสลุ้นประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะของเรนาโต้ ซานเชซ ที่ได้ครอสบอลโด่งๆ ไปให้ทางด้านคริสเตียโน โรนัลโด้ ได้เทกตัวขึ้นโขก แต่ว่าโขกโดนบอลเบาเกินไป ส่งผลให้อูโก้ ยอริส ผู้รักษาประตูของ“ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส รับเอาไว้ได้ โปรตุเกสvsฝรั่งเศส

ต่อจากนั้นมาในานทีที่ 16 เป็นโอกาสในการลุ้นทำประตูขึ้นนำกของ“ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศสบ้าง จากจังหวะของทางด้านปอล ป็อกบาที่จ่ายบอลตามช่องทะลุตัวแนวรับของทัพฝอยทองบอลถึงคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะตัดสินใจกดแบบเน้น ๆบอลพุ่งแรงตรงกรอบจะเสียบเข้าโคนเสาแต่ทว่ารุย ปาตริซิโอ ผู้รักษาประตูของทัพฝอยทอง ยังพุ่งตัวไปปัดลูกนี้ได้ทันพอเหมาะพอดี

เรียกได้ว่าเกมนี้นั้นมันส์มากๆ เพราะทั้งสองทีมต่างก็ต้องการชัยชนะในเกมนี้ เกมดำเนินไปถึงนาทีที่ 20 ของเกมการแข่งขัน เป็นทีมชาติโปรตุเกสที่มาได้โอกาสอีกหน จากลูกเก็บตกของกัปตันทีมคริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ได้กดบอลวอลเลย์ด้วยเท้าซ้ายแบบไม่จับ แต่ด้วยลูกบอลที่ไม่นิ่งพอทำให้ยิงหลุดกรอบประตูออกหลังไป แต่พอเกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกมไป โปรตุเกสvsฝรั่งเศส

ในนาทีที่ 31 “ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกส มาได้ประตูขึ้นนำ“ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส 1-0 จากจังหวะที่ทีมได้ลูกจุดโทษ ซึ่งเป็นนายถวารของทัพตราไก่ ที่ออกมาเพื่อจะชกบอลทิ้งแต่เข้าไม่ถึงบอล ส่งผลทำให้ไปปะทะใส่ทางด้านดานิโล เปเรรา ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกส ผู้ตัดสินอยู่ใกล้เหตุการณ์จึงเป่าเป็นลูกจุดโทษทันที และก็เป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมที่รับหน้าที่ในการสังหารจุดโทษลูกนี้เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

พอหลังจากนั้นเกมก็ดำเนินไปขึ้นช่วงทดเจ็บของ 45 นาทีแรก เป็นทางด้าน“ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส ที่มาได้ประตูตีเสมอเป็น1-1 จากที่ทีมนั้นได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่เนลซอน เซเมโด้ แนวรับของทีมชาติโปรตุเกส ไปปะทะใส่ทางด้านคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินอยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุส่งผลให้ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกจุดโทษให้กับทีมชาติฝรั่งเศสทันที และก็เป็นทางด้านสุนหน้าตัวเป้าอย่างคาริม เบนเซม่า ที่รับหน้าที่ในการสังหารลูกจุดโทษลูกนี้ตุงตาข่ายเข้าไป หลังจากนั้นก็ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ ส่งผลให้จบเกม45 นาทีแรกด้วยสกอร์ทีมชาติโปรตุเกส 1-1 ทีมชาติฝรั่งเศส

โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส
โปรตุเกส พบ ฝรั่งเศส

พอเกมการแข่งขัน 45 นาทีหลังเริ่มมาได้เพียง 2 นาทีเท่านั้นเป็นทีมชาติฝรั่งเศสที่พลิกขึ้นนำทีมชาติโปรตุเกสเป็น 2-1 ในนาทีที่ 47 จากจังหวะของปอล ป็อกบา ที่ไหลบอลตัดตัวแนวรับของทีมชาติโปรตุเกส บอลไปถึงคาริม เบนเซมา ที่ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่จะกดเต็มข้อบอลพุ่งแรงผ่านมือของรุย ปาตริซิโอ ผู้รักษาประตูทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปอย่างสวยงาม ผลบอลสด

พอถัดจากนั้นมาในนาทีที่ 49 ทีมชาติโปรตุเกสเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะของราฟาเอล เกร์เรโร่ ตัวรับริมเส้นกราบซ้ายได้โยนบอลไปให้ทางด้านคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เทกตัวขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษ แต่ทว่าบอลพุ่งแรงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย พอเกมการแข่งขันเข้าสู่ 1 ชั่วโมงของเกม“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกส มาได้ลูกที่จุดโทษอีกครั้ง จากจังหวะของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ลากบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนที่จะเกิดบอลตัดเข้ากรอบเขตโทษ แต่บอลดันไปติดมือของฌูลส์ กุนเด้ แนวรับตัวริมเส้นกราบขวาของทีมชาติฝรั่งเศส ผู้ตัดสินอยู่ใกล้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำการเป่าเป็นลูกจุดโทษให้กับทีมชาติโปรตุเกสทันที และก็เป็นกัปตันทีมอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่รับหน้าที่สังหารลูกโทษลูกนี้เข้าไปตุงตาข่ายเข้าไป ส่งผลให้ในตอนนี้นั้นสกอร์อยู่ที่ 2-2 จากจุดโทษลูกที่สามของเกมการแข่งขันในนัดนี้ ผลบอลสด

แต่ในนาทีที่ 67 ทีมชาติฝรั่งเศสเกือบที่จะได้ประตูที่ 3 จากจังหวะของพอล ป็อกบา ที่ได้ตั้งป้อมปั่นบอลแบบเน้นๆ ด้วยเท้าขวาบริเวณนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงจะเสียบใต้คาน แต่ยังโดน  รุย ปาตริซิโอ นายด่านทีมชาติโปรตุเกสบินปัดบอลไปชนเสาเด้งออกมาเข้าทางอองตวน กรีซมันน์ ได้ซ้ำเข้าไปอีกครั้งแต่ทว่ารุย ปาตริซิโอ ก็ยังคงลุกขึ้นมาเซฟไว้ได้อีกหน หลังจากนั้น ทั้งสองทีมก็เล่นกันแบบผ่อนเกมรุกลง และก็แทบไม่มีการเปิดเกมแลกกันอีกมีเพียงจังหวะของคิงส์ลีย์ โคมอง ในช่วงท้ายของเกมการแข่งขัน ที่ได้หลุดขึ้นไปทางกราบขวา ก่อนที่จะจ่ายแบบประเคนให้กับทางงอองตวน กรีซมันน์ ได้วิ่งมากดเต็มข้อล่อเต็มแข้ง แต่บอลพุ่งแรงข้ามคานออกไปไกลมาก

และช่วงเวลาที่เหลือนั้น ทั้งคู่ก็เล่นกันแบบรักษาสกอร์นี้ไว้ จนกระทั่งจบเกมครบ 90 นาที ส่งผลให้“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกสเสมอกับ “ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส ไปอย่างสุดมันส์ 2-2 แน่นอนว่าพอเกมจบลงด้วยผลเสมอทั้งสองทีมก็เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลยูโร 2020

รายชื่อของนักเตะที่ลงสนามในเกมนี้ของทั้งสองทีม

“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกส  ที่มาในระบบแผนการเล่น 4-3-3 ประกอบไปด้วยคริสเตียโน โรนัลโด้ : เรนาโต้ ซานเชส : ดิโอโก้ โชต้า : รุย ปาทริซิโอ

: แบร์นาร์โด้ ซิลวา : ดานิโล เปเรรา : เปเป้ : เนลซอน เซเมโด้ : ราฟาเอล เกร์เรโร : เชา มูตินโญ : บรูโน แฟร์นันด์ส : เชา ปาลินญา :  รูบาส ดิอาส : ดิโอโก้ ดาโลต์

: แซร์โจ้ โอลิเวรา : รูเบน เนเวส

 “ทัพตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส  ที่จัดทัพมาในระบบแผนการเล่น 4-2-3-1 ประกอบไปด้วยคาริม เบนเซมา : อูโก้ โยริส : คีลิยัน เอ็มบัปเป้ : อองตวน กรีซมันน์

: ราฟาแอล วาราน : ลูคัส แอร์กน็องเดซ : โกร็องแต็ง โตลิสโซ : เอ็นโกโล ก็องเต้ : ฌูลส์ คุนเด้ : ลูก้าส์ ดีญ : ปอล ป็อกบา : คิงส์ลีย์ โกมาน : มุสซา ซิสโซโก้

: ราฟาแอล วาราน : อาเดรียง ราบิโอต์ : มุสซา ซิสโซโก้ : เพรสเนล คิมเพมเบ้

บทความแนะนำ