เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

ประเทศไทยในขณะนี้ เข้าใกล้ที่จะได้รับการ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากโรงพยาบาล โรงบาลสนาม หน่วยงานต่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน ทั่วประเทศแล้ว การรับวัคซีนที่มีชื่อว่า แอสตร้าเซนเนก้า ทางเราจึงขอนำเสนอเกี่ยวกับ เรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า เพื่อให้ท่านพร้อม และเข้าใจเรื่องต่างๆ ก่อนรับการรักษา หรือ ไปฉีดวัคซีนตาม สถานที่ หรือโรงพยาบาลต่างๆ ที่ท่านลงทะเบียนไว้ เพื่อให้เข้าใจและรู้เกี่ยวกับวัคซีนก่อน เรื่องต่างๆมีดังนี้

แอสตร้าเซนเนก้า
แอสตร้าเซนเนก้า

อย่างแรก วัคซีนโควิด-19ชนิดนี้ หรือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า สามารถ ฉีดให้ผู้มี อายุมากกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไปได้เท่านั้น

อย่างที่สอง วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการใช้งานจริงมากกว่า 168 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย

และอย่างที่สามนี้ เราจะบอกถึง การเตรียมตัวหรือ เตรียมความพร้อมเพื่อไปฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 นี้ ว่าต้องเตรียมหรือนำอะไรไปบ้าง

ผู้ที่จะฉีดวัคซีน ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีอุณหภูมิของ ร่างกายไม่เกิน 37.5 องศา ในวันที่เข้ารับวัคซีน

ไม่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ได้แก่ โรคความดัน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้องรัง กลุ่มโรคระบบประสาท กลุ่มโรคเบาหวานและโรคอ้วน

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือไม่มีอาการเคย แพ้ยาทุกชนิด หรือชนิดใดชนิดนึง หรือตัวยาชนิดใดชนิดนึง ที่เป็นส่วนประกอบของการฉีดวัคซีน

และผู้มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำนี้ หรือใช้ยาเกี่ยวกับเลือด สามารถฉีดได้ แต่ต้องมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด หรือแล้วแต่แพทย์จะพิจารณา ว่าให้ฉีดหรือไม่นั่นเอง

ข้อต่อมา ประโยชน์ของวัคซีนป้องกันโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า มีอะไรบ้าง มีความสำคัญมากน้อยเพียงใด

  1. ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันของโรคโควิด-19 เมื่อได้รับการฉีด เกิน 70% ของประชากรในประเทศนั้นๆ
  2. ป้องกันอาการป่วยจากโควิด-19 ถ้าเกิดการติดขึ้นมา โอกาสในการเกิดเชื้อรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน หลังการทดสอบแล้ว จากผู้ป่วยโรคโควิด-19  ว่าสามารถป้องกันได้ 100% หลังฉีดเข็มแรก 22 วันไปแล้ว
  3. จากการทดสอบ และ ศึกษาเกี่ยวกับวัคซีน ป้องกันโควิด-19นี้ ในประชากรไทย และลองกระตุ้นภูมิคุ้มกันของคนในประเทศไทยไปแล้ว พบว่าหลังฉีดเข็มแรกเพียง 1 เดือน ผู้ได้รับการฉีดวัคซีน มีภูมิต้านทานโรค โควิด-19 ได้ถึง 97%
  4. ลดการแพร่เชื้อของผู้ป่วย จากไวรัส โควิด ได้ถึง 63%

อย่างไรก็ตาม เรามาดูเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น เมื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข้าไปแล้ว ว่าจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

จากการสำรวจคนไทย ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ผลข้างเคียง พบว่า

ส่วนใหญ่จะมีอาการเจ็บบริเวณที่ฉีด

และรองลงมาอาการปวดศรีษะ และ อ่อนเพลีย 

ขยับลงมาอีกอาการปวดกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว 

ส่วนน้อยอาการไข้ หนาวสั่น 

และสุดท้ายที่พบไม่บ่อยคือ อาการปวดข้อ และ คลื่นไส้  

และอาการของผลข้างเคียงหลังการฉีดที่พบเจอยากที่สุด มีปริมาณน้อยกว่า 1% ของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว

คือ มีอาการต่อมน้ำเหลืองโต เบื่ออาหาร มึนหรือเวียนศรีษะ ปวดท้อง เหงื่อออกมากเกินไป และสุดท้ายมีผื่นคัน

และถัดมา เรามาทำความเข้าใจว่า ทำไมฉีดแอสตร้าเซนเนก้าถึงรอเข็ม 2 นานกว่ายาชนิดอื่นๆ เช่น ซิโนแวค เป็นต้น

สำหรับการฉีด วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ควรห่างกี่สัปดาห์ ข้อควรระวังหลังฉีดมีอะไรบ้าง หลายคนสงสัยว่า ทำไมการฉีดแอสตร้าเซนเนก้า นานกว่าปกติ ทำไมต้องรอถึง 16 อาทิตย์ ว่า หากเป็น วัคซีนซิโนแวค เข็มสองจะห่างจากเข็มแรกประมาณ 21-28 วันเท่านั้น แล้วทำไมแอสตร้าเซนเนก้า ถึงต้องรอนานขนาดนั้นล่ะผู้ได้รับวัคซีนคนแรกออกมาบอกว่า รอนานถึง 15 – 16 สัปดาห์ เลยทีเดียว  

ในล็อตแรก ที่เรานำวัคซีนตัวนี้เข้ามาช่วงประมาณเดือนเมษายน หรือ ช่วงระบายระลอกที่ 3 การระบาดของโควิด-19 ในประเทษไทยระลอกใหม่นั่นเอง ประเทศไทยของเรานั้น ใช้ระยะห่างระหว่างเข็มเป็น 8 – 10 สัปดาห์ หลายคนสงสัย มันใช้ได้รึป่าว ได้ข้อสรุปว่า ใช้ได้ครับ แต่ตามมาตรฐานหรือคำแนะนำมาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิต จากทั่วโลก ไปจะยังเป็น 4 -12 สัปดาห์นั่นเอง

แต่จะมีผู้ใช้วัคซีนนี้ ในต่างประเทศที่แนะนำ ว่าสามารถยืดไปได้ถึง 16 สัปดาห์นั้น เป็นคำแนะนำจากประเทศนึง จากโซนยูโรป นั้นคือประเทศ แคนาดา นั่นเอง โดยมีการศึกษา และค้นคว้ามาว่า ระดับของวัคซีนนั้น สามารถกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันได้ดีหรือ พูดง่ายๆว่าภูมิคุ้มกันของเรานั้น มีระดับขึ้นสูงกว่าเสียอีก 

อย่างไรก็ตามข้อมูล 16 สัปดาห์นี้ ก็ยังเป็นแค่ข้อมูลด้านเดียวเท่านั้น การป้องกันจริงๆ จะเป็นอย่างไร ระหว่างนั้นภูมิต้านทานของเรา เมื่อได้รับวัควีนมันตกหรือ น้อยลงมา จะมีผลอย่างไรมั้ย จะมีผลเสียรึป่าว เรื่องนี้เราคงต้องระวังต่อไป

และต่อมา เมื่อมีข้อมูลเยอะขึ้น ก็ใช้กันเป็นปกติ แต่พอใช้มากขึ้นกลับพบว่า คนที่มีอายุน้อย อย่างผู้หญิงนั้น เกิดเหตุการ ลิ่มเลือดอุดตันขึ้นได้ แต่โอกาสเกิดมีน้อย หรือพูดง่ายๆว่าโอกาสเกิด 1 ใน ล้าน หลังจากที่ได้รับวัคซีนไป นี่เป็นเพียงข้อมูลต่างประเทศเท่านั้น

ในประเทศอังกฤษนั้น มีการแนะนำสำหรับผู้หญิง ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี หลายประเทศในยุโรปก็ตีห่างกันออกไป ตามแต่ละประเทศที่แนะนำ

ส่วนในประเทศไทย เรื่องนี้มีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญว่า โอกาสเกิดคงจะน้อยมาก น้อยกว่าในยุโรปเสียอีก จากการศึกษามา แต่อย่างไรก็ต้องระมัดระวังกันด้วยนะครับ

ดูข่าวสารอื่นๆเพิ่มเติม……….

 

บทความแนะนำ