ศึกฟุตบอลยูโร 2020 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่าง เวลส์ พบ เดนมาร์ก ผลปรากฏว่า“โคนม”ถล่ม“มังกรแดง”4-0

 เวลส์ พบ เดนมาร์ก
เวลส์ พบ เดนมาร์ก

ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโร 2020 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่าง เวลส์ พบ เดนมาร์ก ที่สนามโยฮัน ครัฟฟ์อารีน่า ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยได้ลงสนามทำการดวลแข้งกันเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผลปรากฏว่าทีมชาติเดนมาร์กถล่มทีมชาติเวลส์ไปได้ 4-0 จากการยิงคนเดียวสองสกอร์ของแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ส่งผลให้“โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป 2020 และส่ง”มังกรแดง”ทีมชาติเวลส์ ตกรอบกลับบ้านไปในศึกรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป 2020 เราจะพาทุกท่านไปดูเหตุการณ์สำคัญต่างๆ และจังหวะการทำประตูพร้อมแล้วไปกันเลย

ในเกมนี้กุนซือใหญ่“มังกรแดง”ทีมชาติเวลส์ ได้จัดทัพมาในแผนการเล่น 4-2-3-1 โดยเลือกใช้งานทางด้านคีฟเฟอร์ มัวร์ ยืนเป็นสุนหน้าตัวเป้าคอยล่าประตูคู่แข่งอย่างทีมชาติเดนมาร์ก โดยได้รับการสนันสนุนจากสามประสานแนวรุกอย่างแกเร็ธ เบล กับอารอน แรมซี่ย์ และแดเนี่ยล เจมส์ ที่จะลงสนามในเกมนี้คอยทำเกมรุกในแดนกลางและริมเส้นทั้งสองฝั่ง และส่งนายด่านประจำทีมอย่างแดนนี่ วอร์ด ลงเฝ้าเสาในเกมนี้ด้วย

ในขณะที่กุนซือใหญ่“โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก ได้จัดทัพมาในแผนการเล่น 3-4-2-1 โดยเลือกใช้งานทางด้านแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ยืนเป็นสุนหน้าตัวเป้าคอยพังประตูคู่แข่งอย่างทีมชาติเวลส์ โดยได้รับการสนันสนุนจากสองประสานแนวรุกอย่างมาร์ติน เบรธเวท ที่ลงสนามเล่นคู่กับทางด้านมิคเคล ดัมส์การ์ด คอยทำเกมรุกในแดนกลางและริมเส้นทั้งสองฝั่ง และส่งนายด่านประจำทีมอย่างแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ลงป้องกันประตูในเกมนี้ด้วย บอลยูโร

จังหวะการทำประตูและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในเกมระหว่าง เวลส์ พบ เดนมาร์ก

เกมการแข่งขันใน 45 นาทีแรกเริ่มมาได้เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น เป็นทาง”มังกรแดง”ทีมชาติเวลส์ ที่ได้โอกาสในการทำประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะของอารอน แรมซี่ย์ ลากบอลขึ้นมาจากกลางสนามก่อนที่จะไหลบอลต่อไปให้แกเร็ธ เบล ได้เลี้ยงหาช่องก่อนที่จะตัดสินใจยิงด้วยซ้ายบอลติดไซด์ก้อยนิดๆ ส่งผลให้บอลพุ่งแรงและเฉี่ยวเสาไกลหลุดหลังออกไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ ต่อมานาทีที่ 18 ก็ยังคงเป็นทีมชาติเวลส์ ที่เป็นฝ่ายทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง โดยการทำเกมของทางด้านโจ อัลเลน ก่อนที่จะจ่ายบอลต่อให้เพื่อนร่วมทีมอย่างแดเนี่ยล เจมส์ ก่อนที่จะล็อกบอลเข้าขวาแล้วก็สับตีนแตกยิงไกลบริเวณหัวกะโหลกนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเรียดเกินไปทำให้บอลเข้ามือแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล รับเอาไว้ได้แบบสบายๆ 

 เวลส์ พบ เดนมาร์ก
เวลส์ พบ เดนมาร์ก
หลังจากนั้นในนาทีที่ 27 เป็นโอกาสของ”โคนม”ทีมชาติเดนมาร์กบ้าง จากจังหวะการต่อบอลทำเกมรุกกันขึ้นมาก่อนที่บอลจะหลุดไปถึงมิคเคล ดัมส์การ์ด ได้เลี้ยงหลบแนวรับของ”มังกรแดง”ก่อนที่จะส่งบอลต่อให้ทางด้านแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก หัวหอกประจำทีมดึงบอลเข้าเท้าขวาก่อนที่จะบรรจงปั่นด้วยขวาแบบเน้นๆ บอลพุ่งโค้งเสียบเข้าประตูนอนก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ส่งผลให้ทีมชาติเดนมาร์กออกนำทีมชาติเวลส์ไปก่อน 1-0

ถัดจากนั้นมาเพียงไม่กี่นาทีในนาทีที่ 32 “โคนม”มาได้โอกาสลุ้นทำประตูหนีห่าง”มังกรแดง” จากจังหวะของมิคเคล ดัมส์การ์ด ที่ได้ลากบอลลุยขึ้นมาก่อนที่จะจ่ายบอลต่อไปให้แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ได้สกีดบอลเปลี่ยนทางแต่ทว่าแดนนี่ วอร์ด ที่มองเห็นทันจึงสามารถรับลูกนี้เอาไว้ได้เกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรกในนาทีที่ 45+1 ผลบอลเมื่อคืน

ทีมชาติเดนมาร์ก ได้โอกาสที่จะได้ประตูหนีห่างอีกครั้งจากการครอสบอลของมาร์ติน เบรธเวท มาทางด้านกราบขวาบอลมาถึงทางด้านโยอาคิม เมห์เล่ ได้จับบอลลงก่อนที่จะตัดสินใจกดด้วยเท้าขวา แต่ทว่าบอลยังไปติดเซฟของนายด่านทีมชาติเวลส์ อย่างแดนนี่ วอร์ด หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ไม่สามารถทำอะไรกันเพิ่มได้ ส่งผลให้หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรกจบลงด้วยผลสกอร์”มังกรแดง”ทีมชาติเวลส์ 0-1  “โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก

พอเกมกลับมาใน 45 นาทีหลังเริ่มมาได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้นในนาทีที่ 48 “โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก มาได้ประตูหนีห่างออกเป็น 2-0 จากจังหวะการทำเกมโต้กลับของมาร์ติน เบรธเวท ได้เลี้ยงบอลขึ้นมาข้างหน้า ก่อนที่จะแทงบอลทะลุช่องตัดเข้าในกรอบเขตโทษ ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่เนโก วิลเลี่ยมส์ แนวรับตัวสำรองที่ถุเปลี่ยนลงมาของ”มังกรแดง”ทีมชาติเวลส์ สกัดบอลได้ไม่ดีนัก ส่งผลให้บอลไหลมาเข้าทางแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ก่อนที่จับด้วยซ้ายแล้วกดด้วยเท้าขวาจ่อๆ บอลผ่านมือผู้รักษาประตูอย่างแดนนี่ วอร์ด เข้าไปนอนซุกอยู้ก้นตาข่าย พอหลังจากนั้นในนาทีที่ 53 เป็นโอกาสของทีมชาติเวลส์บ้างหลังจากเสียไปก่อนหน้านี้แล้วสองประตู จากจังหวะการโยนบอลตัดเข้าหน้าประตูของเนโก วิลเลี่ยมส์ แล้วก็เป็นตัวรุกของทีมอย่างแกเร็ธ เบล ที่ได้เทกตัวขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มศรีษะ ส่งผลให้บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

 เวลส์ พบ เดนมาร์ก
เวลส์ พบ เดนมาร์ก

กมการแข่งขันเข้าสู่ช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 88 “โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก มาตอกตะปูปิดฝาโลงเป็น 3-0 จากจังหวะทีมได้ลูกทุ่ม ก่อนที่มาทิอัส เยนเซ่น จะเป็นคนเปิดบอลข้ามฟากไปให้ทางด้านโยอาคิม เมห์เล่ ได้เอาบอลลงพื้นแล้วก็กดด้วยเท้าขวา แบบไม่มีใครประกบเรียกได้ว่ายิงแบบโล่งๆ และก็ไม่เหลือส่งบอลไปนอนซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม หลังจากนั้นในนาทีที่ 90 แฮร์รี่ วิลสัน ตัวผู้เล่นของทีมชาติเวลส์ที่ไปเข้าสกัดเสียบใส่ทางด้านโยอาคิม เมห์เล่ ล้มทั้งยืนผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์ชัดเจนไม่ลังเล เป่านกหวิดแจกใบแดงให้กับแฮร์รี่ วิลสัน ทันที ส่งผลทำให้ทีมชาติเวลส์นั้นเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน และสกอร์ตามที่ห่างอีกด้วย

ถัดจากนั้นมาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+4 ทีมชาติเดนมาร์กมาได้ประตูเป็น 4-0 จากจังหวะที่อันเดรียส คอร์เนลิอุส จ่ายประเคนให้กับมาร์ติน เบรธเวท ได้ยิงแบบโล่งๆ ผ่านมือ แดนนี่ วอร์ด เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบคม หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม หมดเวลาการแข่งขัน ทีมชาติเวลส์ พ่ายให้กับทีมชาติเดนมาร์กไปด้วยสกอร์ 0-4 ทำให้ “มังกรแดง”ทีมขาติเวลส์ ร่วงตกรอบ ส่วนทางด้าน”โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นทีมแรกในศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอเจอผู้ชนะระหว่างคู่ทีมชาติฮอลแลนด์กับทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก

รายชื่อของคัวผู้เล่นที่ลงสนามในเกมนี้ของทั้งสองทีม

 “มังกรแดง”ทีมขาติเวลส์ มาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบไปด้วยคีฟเฟอร์ มัวร์ : แกเร็ธ เบล : แดนนี่ วอร์ด : แดเนี่ยล เจมส์ : เนโก วิลเลี่ยมส์ : ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์
: เบน เดวิส : โจ อัลเลน : คอเนอร์ โรเบิร์ตส์ : อารอน แรมซี่ย์ : คริส เมแฟม : เดวิด บรู๊คส์ : โจ โรดอน : โจ มอร์เรลล์ : แฮร์รี่ วิลสัน

“โคนม”ทีมชาติเดนมาร์ก มาในระบบ 3-4-2-1) ประกอบไปด้วยแคสเปอร์ ดอลเบิร์ก : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล : คริสเตียน นอร์การ์ด : อันเดรียส คริสเตนเซ่น
: ยานนิค เวสเตอร์การ์ด : ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก : อันเดรียส คอร์เนลิอุส : ซิมง เคียร์ : มาร์ติน เบรธเวท : โธมัส เดอลานี่ย์ : โยอาคิม อันเดอร์เซ่น
: มิคเคล ดัมส์การ์ด : นิโคไล บอยเลเซ่น : โยอาคิม เมห์เล่ : เยนส์ ลาร์เซ่น : มาทิอัส เยนเซ่น  ผลบอลสด

บทความแนะนำ