ยูโร2020 (ที่กำลังจะแข่งนี้) ในช่วงมหกรรมยุคโควิด-19 ได้มีกฏอะไรเปลี่ยนบ้าง

ยูโร2020
Wembley stadium is seen ahead of the English League Cup final football match between Aston Villa and Manchester City at Wembley stadium in London on March 1, 2020. (Photo by Adrian DENNIS / AFP) / RESTRICTED TO EDITORIAL USE. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or ‘live’ services. Online in-match use limited to 120 images. An additional 40 images may be used in extra time. No video emulation. Social media in-match use limited to 120 images. An additional 40 images may be used in extra time. No use in betting publications, games or single club/league/player publications. /

เวลาแห่งการรอคอยได้มาถึงแล้ว กำลังจะมีการจัดการแข่งขัน ฟุตบอล ยูโร2020 ชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป ซึ่งก็ได้ทำการเลื่อนการแข่งขันมาตั้ง 1 ปี จะเริ่มเปิดศึกการแข่งขันในนัดแรกนี้ วันที่ 12 มิถุนายน 2021 ประเดิมเกมแรกของสนาม ระหว่าง ตุรกี พบ อิตาลี เจะเวลา 02.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย (ในไทยคือคืนวันที่ 11 มิ.ย.)

แฟนบอลหลาย ๆ คน คงจะรุ้กันแล้วใช่ไหมว่า ยูโร2020 จัดขึ้นเพื่อที่จะเฉลิมฉลอง 60 ปี ของยูฟ่า ซึ่งตอนนี้เองก็ไม่ได้มีเจ้าภาพเพียงแค่ประเทศเดียว แต่ได้ทำการจัดการแข่งขันขึ้นหลายประเทศด้วยกัน แต่ผลกระทบของเหตุการณ์ โควิด -19 ที่ได้ระบาดนั้น ในตอนนี้จึงเหลือประเทศที่จัดแข่งได้ แค่ 11 ประเทศ 11 สนาม

เวลาการแข่งขันก็ได้ล่วงเลยมาถึงปี 2021 สถานการณ์โรคระบาดในทวีปยุโรป หลายประเทศเริ่มคลี่คลายแล้ว ตอนนี้ในบางประเทศนั้นก็ได้มีการให้แฟนบอลได้เข้าชมเกมการแข่งขันได้แล้วเป็นบางประเทศ แต่ก็ยังคงจะกัดผู้ชม

ก่อนการแข่งขันของฟุตบอล ยูโร 2020 จะเริ่มขึ้นนั้น เรามาดูกันก่อนว่า มีอะไรแตกต่าง และเปลี่ยนออกไปบ้าง

1.การเดินทาง

มีรายงานจากสำนักข่าว บีบีซี ออกมาว่า แฟนบอลที่ต้องการจะเดินทางไปเพื่อที่จะเชียร์ เป็นระยะที่มากที่สุด ก็คือ แฟนบอลของชาวสวิตเซอร์แลนด์ รวมในตอนนี้แล้ว มีทั้งหมด 3 ทริป ของรอบแบ่งกลุ่ม ได้กินระยะทางไปทั้งสิ้น 20,377 กิโลเมตร ถ้าเกิดว่าได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ แฟนบอลสวิสต้องเดินทางถึง 21,656 กิโลเมตรเลยทีเดียว เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปนั้น หากมองแง่สิ่งแวดล้อมอาจทำให้นกอนุรักษ์สายต่าง ๆ ไม่พอใจก็เป็นได้

และประเทศที่ได้เปรียบที่ได้แข่งในรอบแบ่งกลุ่มนั้น เป็นทีมชาติอิตาลี, รัสเซีย, เดนมาร์ก, อังกฤษ, ฮังการี และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้จัดการแข่งขันขึ้นในประเทศของตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางออกนอกประเทศเลย

2.ข้อจำกัดและการปรับกฎเพื่อรองรับทีมร่วมแข่ง

ถ้าเกิดว่าถึงเวลาของการแข่งขันแล้วนั้น ยูโร 2020 ที่ของม้านั่งในสนาม ในแต่ละทีมนั้นจะมีนักเตะตัวสำรอง นั่งอยู่ในม้านั่ง ได้ม่เกิด 18 คนเท่านั้น ก็คือมีผู้เล่นตัวจริง แค่ 12 คน และก็ทีมงานอีกเพียงแค่ 6 คน รวมถึงแพทย์ประจำทีมด้วย

และก็จะมีที่นั่งให้อีกเพียง 5 ที่นั่ง เพื่อให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีม ไม่เพียงแค่จะจัดการของม้านั่งในสนามเท่านั้น ทาง ยูฟ่า ก็ได้ออกมาบอกเรื่องของการเว้นระยะห่างอีกด้วย ถ้าหากว่าจะมีม้านั่งเพิ่มขึ้นมานั้น ก็คงจะเป็นของคนนอก

ในการเปลี่ยนแปลงอกีเพียงเล็กน้อย สำหรับตัวผู้เล่นที่จะเข้าสนาม ยูโร 2020 ถึงแม่ว่าการแข่งขันในจะจัดขึ้นในประเทศตัวเอง ตัวของผู้เล่นเองก็ยังคงจะต้องพกเอกสารแสดงตัวตนอีกด้วย เช่น พาสปอร์ต หรือบัตรประจำตัว ไว้สำหรับตรวจเช็กได้เสมอ ถ้าเกิดว่าไม่มีหลักฐานแสดงตัวตน ทางเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ได้เข้าร่วมสนาม นั้น ๆ

3.กฎกติกา

ในการแข่งขันในครั้งนี้นั้น มีผลสืบเนื่องมาจากกฎ IFAB ซึ่งเขาจะเข้ามาดูแลกฏต่าง ๆ ที่จะถูกตั้งเป็น กติกา ในการแข่งขันของ ยูโร 2020 

เรื่องที่จะทำนั้นก็คือ การถูกจับ “แฮนด์บอล”ข้อกติกาได้ถูกระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ก็คือถ้าเกิดว่ามือ หรือแขน ได้เข้าไปบังลูกบอลที่จะเข้าประตูไปนั้น ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้ถือว่าเป็นลูก แฮนด์บอล ทั้งหมด

4.บรรยากาศ

ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ประเทศนั้น เริ่มเปิดสนามเพื่อที่จะให้แฟนบอลเข้าไปชมการแข่งขัน ในภาพที่เห็นนั้นก็ยังคงไม่ใช่ภาพเหตุการณ์เดิมที่เคยเห็น 

ในบางประเทศเองก็ได้ให้แฟนบอลเข้าชมได้แบบเต็มจำนวน ในบางประเทศก็ได้มีการจำกัดผู้ชม 

ข้อมูลที่เราได้ทราบในตอนนี้ คือ แฟนบอลเองก็ไม่สามารถที่จะจัดงานปาร์ตี้นอกเกมได้ และทั้งไม่สามารที่จะไปยืนดูนอกเกมได้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อที่จะเลี่ยงการรวมตัวของผู้คน ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ได้ให้มีการจัดอีเวนต์ให้มีผู้ที่จะเข้าร่วมนั้นไม่เกิน 2,500 คน ถ้าเกิดว่ากคณะกกรมการให้ไฟเขียว

5.นักฟุตบอล

ขณะที่ภาพของสื่อที่ใช้พื้นที่แบบเดิม ๆ รอสัมภาษณ์นักเตะตามเส้นทางต่าง ๆ จะไม่สามารถปฏิบัติได้ ยูฟ่าจัดแจงพื้นที่เป็นโซนแยกออกต่างหากโดยเฉพาะ

สำหรับเรื่องตัวเลขเม็ดเงินที่ผู้เล่นจะได้นั้น ขึ้นอยู่กับสมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศจะจัดสรรให้ ตัวอย่าง เช่น ของอังกฤษ เคยมีข้อมูลเปิดเผยว่า เอฟเอจ่ายค่าตอบแทนให้นักเตะทีมชาติแมตช์ละ 2,327 ยูโร (ประมาณ 2,000 ปอนด์) แต่เงินจำนวนนี้สุดท้ายแล้วจะถูกนำไปบริจาคเพื่อการกุศล

ในกรณีเงินโบนัสของนักเตะ จำนวนเงินจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสมาคม มีไม่กี่แห่งที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ จึงยากจะระบุแบบเฉพาะเจาะจง ได้

บทความแนะนำ