บราซิล บุกอัดคารังปารากวัย 2-0 นำจ่าฝูงของกลุ่ม หลังคว้าชัย 6 เกมรวด ศึกคัดบอลโลก

บราซิล
บราซิล

บราซิล ยิงลูก 2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้บุกเอาชนะปารากวัยด้วยสกอร์  2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ที่สนามเอสตาดิโอ เดเฟนโซเรส เดล ชาโก้ ส่งผลให้ทีมชาติบราซิลรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม หลังคว้าชัย 6 เกมติด รวมเกมที่ชนะทีมชาติปารากวัย ที่ตอนนี้รั้งอันดับ 4 ของกลุ่ม ในศึกฟุตบอลโลก2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ วันที่ 09 มิถุนายน 2564 โดยก่อนเกมนี้นั้น เจ้าบ้านอย่างทีมชาติปารากวัย ซึ่งผลการลงเล่น 3 เกมล่าสุดที่ผ่านมา คือเสมอทั้ง 3 เกมหลังเกมนัดล่าสุด ได้บุกไปเสมอกับ ทีมชาติอุรุกวัย 0-0 ส่งผลให้ทีมยังคงรั้งอันดับที่ 4 ของกลุ่ม บราซิล

มาดูทางฝั่งทีมเยือนอย่าง ทีมชาติบราซิล ถือว่าผลงานที่ผ่านสวยงามมาก เพราะลงสนามเล่นชนะมา 6 เกมติด ซึ่งรวมทุกรายการที่ทีมชาติบราซิลได้ลงเล่น โดยเกมนัดล่าสุดนั้นได้เปิดบ้านเอาชนะเอกวาดอร์ 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ส่งผลให้ทีมชาติบราซิล คงรั้งจ่าฝูงของกลุ่มในเวลานี้ ก่อนเกมนั้นกุนซือใหญ่ของทีมชาติบราซิล อย่างตีเต้ ได้จัดตัวรุกแนวหน้าลงเล่นในเกมนี้กันอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเนย์มาร์ : ริชาร์ลิซอน : โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : กาเบรียล เชซุส บราซิล

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเกม บราซิล บุกอัดคารังปารากวัย 2-0

โดยเกมครึ่งเวลาแรกของเกมเริ่มมาได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ทีมเยือนอย่างทีมชาติบราซิล ได้ประตูขึ้นนำทีมชาติปารากวัยก่อน 1-0 จากการที่กาเบรียล เชซุส ได้ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนที่จะจ่ายตัดเข้ามาให้เพื่อนผ่านหน้าประตู ในจังหวะแรกนั้นเป็นทางด้าน ริชาร์ลิซอน ได้จังหวะยิงแต่ดันยิงวืด ทำให้บอลไหลมาเข้าทางเนย์มาร์ จากนั้นกัปตันทีมแซมบ้า อย่างเนย์มาร์จับบอลลงหนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะกดด้วยเท้าข้างถนัด ยัดเสาแรกเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงามบราซิลบอล

ต่อมาในนาทีที่ 32 ฝั่งเจ้าบ้านอย่างทีมชาติปารากวัย เกือบมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่อังเคล โรเมโร่ ได้กระชากบอลขึ้นมาทางด้านกราบขวา ลากบอลไปสุดเส้น ก่อนที่จะโยนบอลตัดเข้าหน้ากรอบเขตโทษ บอลมาเข้าทางมิเกล อัลมิร่อน ได้เทคตัวขึ้นโขก บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ถว่าบอลไปติดเซฟนายด่านทีมแซมบ้า บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ทีมชาติปารากวัย ยังคงตีเสมอทวงประตูคืนยังไม่ได้ บราซิลบอล

และต่อมาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งเวลาแรก นาที 45+ เกือบได่ประตูหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ริชาร์ลิซอน กดด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าประตูเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินได้ยกธงเป็นลูกล้ำหน้าก่อน ทำให้ทีมชาติบราซิล พลาดโอกาสในการได้ลูก 2 เพื่อหนีห่างทีมชาติปารากวัย ทำให้หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรกด้วยสกอร์ ทีมชาติบราซิล บุกนำทีมชาติปารากวัย 1-0

บราซิล
บราซิล

เกมกลับมาในครึ่งเวลาหลัง ยังคงเป็นจทีมเยือนอย่างบราซิล ที่ทำการบุกอย่างหนักเพื่อลุ้นเอาประตูที่ 2  และต่อมาในนาทีที่ 69 ทีมแซมบ้าเกือบมาได้ประตูที่2 หลังจากเปิดเกมบุกใส่ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง จากจังหวะที่ริชาร์ลิซอน ได้ลากบอลจากครึ่งสนาม ขึ้นมาถึงในกรอบเขตโทษก่อนที่จะตัดสินใจ กดด้วยเท้าซ้าย แต่ว่ากุนตาโว่ โกเมซ ได้ตามมาบล็อกเอาไว้ได้ทัน จึงทำให้พ้นจากการเสียประตูที่ 2 ธงบราซิล

ต่อจากนั้นเกมก็ดำเนินต่อไป โดยทั้งสองทีม เปลี่ยนกันบุกเปลี่ยนกันรับ ด้านเจ้าบ้านอย่างปารากวัย มาได้โอกาสที่จะทวงประตูคืนเป็น 1-1 ในนาทีที่ 87 จากจังหวะที่อัลแบร์โต้ เอสปิโนล่า ได้บอลจากเพือนที่ไหลมาให้ ก่อนที่จะกดแบบเต็มข้อบอลพุ่งแรงจะเสียบ เข้าโคนเสา แต่ทว่าเอแดร์ซอน นายด่านถิ่นแซมบ้า อ่านเกมออกจึงพุ่งตัวล้มรับบอลไว้ได้ และดูเหมือนว่าเกมจะจบลงด้วยสกอร์ 1-0 ธง บราซิล

แต่ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งเวลาหลังของเกม นาทีที่ 90+ ทีมชาติบราซิลดันมาได้ประตูตอกตะปูปิดฝาโลง จากจังหวะที่กัปตันทีมอย่างเนย์มาร์ ได้ไหลบอลให้กาเบรียล บาร์โบซ่า ก่อนที่เจ้าตัวจะเอี้ยวตัว แล้วกดด้วยซ้ายแบบเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเข้าเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้จบเกมนัดนี้ด้วยชัยชนะของฝั่งทีมเยือน โดยสกอร์รวมเป็น ทีมชาติปารากวัย 0-2 ทีมชาติบราซิล ทำให้ทีมชาติบราซิลคว้าชัย 6 เกมติด รั้งจ่าฝูงของกลุ่มง ส่วน ทีมชาติปารากวัย มี 7 แต้มรั้งอันดับที่ 4 ของกลุ่ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีมในเกมนัดนี้

ทีมชาติปารากวัย ประกอบด้วยมิเกล อัลมิร่อน : อังเคล โรเมโร่ : บราเรียน ซามูดิโอ : กุสตาโว โกเมซ : กัสตัน ฆิเมเนซ : ซานติอาโก้ อาร์ซาเมนเดีย

: มาติอัส บิยาซันติ : โรเบิร์ต โรฮาส : กาเบรียล อวาลอ : โรเบิร์ต โรฮาส : อัลแบร์โต้ เอสปิโนล่า : อันโตนิโอ บาเรย์โร่ : อังเคล การ์โดโซ่ : ออสการ์ โรเมโร่ : จูเนียร์ อลอนโซ่ : โอมาร์ อัลเดเรเต้

ทีมชาติบราซิล ประกอบด้วยเนย์มาร์ : เอแดร์ซอน : โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : ดั๊กลาส ลุยซ์ : กาเซมิโร่ : ดานิโล่ : กาเบรียล เชซุส : มาร์กินญอส : กาเบรียบ บาร์โบซ่า

: เอแวร์ตอน : ริชาร์ลิซอน : ลูกัส ปาเกต้า : เอแดร์ มิลิเตา : อเล็กซ์ ซานโดร : ลูกัส ปาเกต้า : เฟร็ด

บทความแนะนำ