ทีมชาติเยอรมนี “ทัพอินทรีเหล็ก” เปิดสนามอัลลิอันซ์ถล่ม “ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส 4-2 ในศึกยูโร 2020

“ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส
“ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส

ทีมชาติเยอรมนี “ทัพอินทรีเหล็ก” เปิดสนามอัลลิอันซ์ถล่ม “ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส 4-2 ในศึกการแข่งขันศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติ “ทวีปยุโรป” ในรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่ม F โดยคู่นี้ได้ทำการแข่งขันกันที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเกมนี้เป็นทางด้าน“ทัพฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ที่ออกนำก่อน 1-0 และมาเสียสองประตูรวดให้กับ “ทัพอินทรีเหล็ก”ทีมชาติเยอรมนี ในช่วงท้ายของครึ่งแรก และมาเสียเพิ่มอีกสองลูกในช่วงต้นครึ่งเวลาหลัง แต่ทว่าทีมชาติโปรตุเกส มาได้ประตูตีตื่นในช่วงท้ายครึ่งหลัง แต่ก็ไล่ตีเสมอไม่ทัน จบเกม 90 นาที ทีมชาติเยอรมนี 4-2 ทีมชาติโปรตุเกส โปรตุเกสบอล

โดยในเกมนี้นั้น กุนซือของทีมเจ้าบ้านทีมชาติเยอรมนี “ทัพอินทรีเหล็ก” อย่างโยอาคิม เลิฟ ได้จัดทัพมาในแผนการเล่นในระบบ3-4-2-1 โดยส่ง 3 ประสานแดนหน้าอย่างแซร์จ จนาบรี กับทางด้านไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ลงสนามเล่นประสานงานกับทางด้านโธมัน มุลเลอร์ ที่คอยพังประตูผู้มาเยือนอย่างทีมชาติโปรตุเกส ส่วนแดนกลางตัวพักบอลนั้น ได้เลือกใช้ทางด้านโทนี โครส โปรตุเกสบอล

ส่วนทางด้านของ กุนซือทีมชาติโปรตุเกส “ทัพฝอยทอง” อย่างเฟอร์นันโด ซานโตส ได้จัดทัพมาในแผนการเล่นในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งในเกมนี้นั้นได้ส่ง 3 ประสานแนวรุกตัวทำเกมอย่างดิโอโก โชต้า กับทางด้านแบร์นาร์โด ซิลวา ที่ลงสนามประสานงานแนวรุกกับบรูโน แฟร์นันเดส ในขณะที่ตัวหน้าเป้านั้น ได้เลือกใช้งานทางด้านคริสเตียโน โรนัลโดไว้คอยทะลวงประตูทีมเจ้าบ้านอย่างทีมชาติเยอรมนีและคริสเตียโน โรนัลโด ยังรับหน้าที่เป็นกัปตันทีมในเกมนัดนี้อีกด้วย

จังหวะสำคัญ และจังหวะการทำประตูที่เกิดขึ้นในเกมที่ทีมชาติเยอรมนี เปิดสนามอัลลิอันซ์ถล่ม “ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส 4-2

เกมใน 45 นาทีแรกเริ่มมาได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น เป็นทางเจ้าบ้าน ทีมชาติเยอรมนีที่ได้โอกาส ที่จะได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะของมัทเธียส กินเทอร์ ที่ได้โยนบอลจากทางด้านกราบขวาเข้าในกรอบเขตโทษ และก็เป็นทางด้านโรบิน โกเซนส์ ที่เบียดตัวแนวรับทีมชาติโปรตุเกส ก่อนที่จะได้โขกเต็มๆ บอลพุ่งเข้าประตูเข้าไปอย่างสวยงาม แต่ทว่าผู้ตัดสินได้เช็กกับทางด้านทีมงาน VAR แล้วผลออกมาว่า มีการล้ำหน้าก่อนหน้าแล้วของทางด้านแซร์จ นาบรี้ ส่งผลให้ประตูที่“ทัพอินทรีเหล็ก” ยิงเข้าไปนั้นโดนลีบคืนทันที ถัดจากนั้นมาในนาทีที่ 10  ทัพอินทรีเหล็กมาได้โอกาส ที่จะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะของไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ได้กดด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบริเวณหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงตรงกรอบ แต่ทว่านายด่านทีมชาติโปรตุเกส อย่างรุย ปาทริซิโอ ที่มองเห็นทิศทางของบอล จึงพุ่งตัวไปปัดบอลเอาไว้ได้

โดยภาพรวมของเกมนั้น เป็นทางทีมเจ้าบ้านที่ได้ครองเกมบุกอยู่แทบตลอดทั้งเกม ในช่วง 45 นาทีแรกของเกม แต่ทว่าในนาทีที่ 15 กลับกลายเป็นว่า เป็นทางทีมผู้มาเยือนอย่างทัพฝอยทอง ที่มาได้ประตูออกนำทัพอินทรีเหล็ก เป็นจังหวะการสวนกลับเร็วของทางด้านแบร์นาโด้ ซิลวา ที่ได้เปิดบอลตัดตัวแนวรับของทีมชาติเยอรมนี ส่งให้กับดิโอโก้ โชต้า ได้พักอกบอลลงพื้นสนาม ก่อนที่จะจ่ายบอลไปเสาสองให้กับทางด้านคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่วิ่งตามมายืนรออยู่ และก็ไม่เหลือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แปบอลเข้าประตูไปแบบง่ายๆ ส่งผลให้ตอนนี้ ทีมชาติโปรตุเกสออกนำทีมชาติเยอรมนีอยู่ 1-0 โปรตุเกสล่าสุด
“ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส
“ทัพฝอยทอง” โปรตุเกส

หลังจากที่ทีมชาติเยอรมนีโดนไปก่อน 1 ลูก เกมก็ยังคงเป็นของเยอรมนีอยู่ดี เพราะทางโปรตุเกสได้ลงไปตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับ จนกระกระทั่งในนาทีที่ 35 “ทัพอินทรีเหล็ก”ทีมชาติเยอรมนี ก็มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จนได้ ซึ่งเป็นการเข้าทำของโจชัว คิมมิช ทีได้โยนบอลไปเสาสองบอลลอยไปถึงโรบิน โกเซนส์ ได้วอลเลย์ยัดกลับเข้ากลางหน้าปากประตู จากนั้นเป็นทางด้านรูเบน ดิอาส ที่ไล่ประกบตัวไค ฮาแวร์ตซ์ ได้เตะบอลสกัดเพื่อให้ลูกออกหลังไป แต่ดันเตะพลาด ทำให้บอลเข้าประตูตัวเอง และความร้อนแรงของทัพอินทรีเหล็ก ยังคงมาต่อเนื่อง จากนั้นเกมเข้าสู่ช่วงท้ายของครึ่งแรก ในนาทีที่ 39 ก็มาได้ประตูแซงขึ้นนำเป็น 2-1 จากจังหวะของโธมัส มุลเลอร์ ที่เปิดบอลเข้าไปหน้าปากประตู และเป็นทางด้านไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ไหลบอลต่อให้โจชัว คิมมิช ก่อนที่โจชัว คิมมิช จะเปิดบอลย้อนกลับเข้าไปหน้าปากประตู และก็เป็นแนวรับของทีมชาติโปรตุเกส ที่เข้ามาสกัดบอลผิดทาง ส่งผลให้บอลเข้าประตูตัวเอง หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือของ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมก็ไม่สามารถทำอะไรกันเพิ่มได้ ทำให้หมด 45 นาทีแรก ทีมชาติเยอรมนี 2-1 ทีมชาติโปรตุเกส 

เกมกลับมาใน 45 นาทีหลัง ก็ยังคงเป็นทางด้านทีมชาติเยอรมนี “ทัพอินทรีเหล็ก” ที่ครองเกมบุกได้เหนือกว่าชัดเจน จนกระทั่งนาทีที่ 51 ทีมชาติเยอรมนี มาได้ประตูเพิ่มเป็น 3-1 จากจังหวะของทางด้านโรบิน โกเซนส์ ที่ได้ลากบอลไปสุดเส้นก่อนที่จะจ่ายบอลเข้ากลางประตู และเป็นทางด้านไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ยืนรออยู่แล้วนั้น ได้ส่งบอลเข้าตุงตาข่ายเข้าไปอย่างง่ายดาย

เท่านั้นยังไม่พอในนาทีที่ 60 ทีมชาติเยอรมนีมาได้ประตูเพิ่มเป็น 4-1 จากจังหวะของโจชัว คิมมิช ที่ได้ตั้งป้อมโยนบอลเข้าไปให้เพื่อนในกรอบเขตโทษ แล้วก็เป็นตัวทำเกมรุกอย่างโรบิน โกเซนส์ ที่ได้เทกตัวขึ้นโหม่ง ส่งให้บอลเข้าประตูตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ส่วนทาง“ทัพฝอยทอง”ทีมชาติโปรตุเกส ที่โดนนำไปถึง 4-1 ก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะเอาประตูคืน ก็ได้ทำการปรับแผนเปิดเกมบุกใส่ เพื่อหวังเอาประตูคืน

จนกระทั่งในนาทีที่ 67 ทีมได้ลูกฟรีคิก และก็เป็นทางด้านชูเอา มูตินโญ่ ที่รับหน้าที่ในการเปิดฟรีคิกลูกนี้เข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษของทีมเจ้าบ้าน บอลเลยไปถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นตัวสุดท้ายได้งัดบอลกลับมาหน้าปากประตู และก็เป็นทางด้านดิโอโก้ โชต้า ที่วิ่งเข้ามายิงในระยะที่ไม่ถึง 1 หลา บอลเข้าประตูไป ทำให้โปรตุเกสไล่ตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-4 ยูโร2020

หลังจากนั้นก็เป็นฝั่งผู้มาเยือนที่เปิดเกมใส่อยู่ฝ่ายเดียวเพื่อหวังเอาประตูคืน แต่ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้ ส่วนฝั่งทีมชาติเยอรมนี ก็ลงไปตั้งรับ และไม่สามารถบวกประตูเพิ่มได้ ส่งผลให้จบเกม 90 นาที เป็นฝั่งทีมชาติเยอรมนีที่สมารถเอาชนะทีมชาติโปรตุเกสไปได้ 4-2 ยูโร2020

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามฟาดแข้งในเกมนี้ของทั้งสองทีม

ทีมชาติเยอรมนี “ทัพอินทรีเหล็ก” ได้ประกอบไปด้วยแซร์จ นาบรี้ : มานูเอล นอยเออร์ : ไค ฮาแวร์ตซ์ : มัตส์ ฮุมเมลส์ : โธมัส มุลเลอร์ : มัทเธียส กินเทอร์
: อิลคาย กุนโดกัน : โรบิน โกเซนส์ : อันโตนิโอ รือดิเกอร์ : โทนี่ โครส : โจชัว คิมมิช 

ทีมชาติโปรตุเกส “ทัพฝอยทอง” ซึ่งประกอบไปด้วยคริสเตียโน่ โรนัลโด้ : รุย ปาทริซิโอ : ดานิโล่ เปไรร่า : แบร์นาโด้ ซิลวา : ราฟาเอล เกร์เรโร่ : รูเบน ดิอาส
: เนลซอน เซเมโด้ : วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ : เปเป้ : ดิโอโก้ โชต้า : บรูโน่ แฟร์นันด์ส โปรตุเกส บอล

บทความแนะนำ