“ทัพกระทิงดุ” สเปน เอาชนะ”ทัพตาหมากรุก” โครเอเชียด้วยเวลา 120 นาทีไปด้วยผลสกอร์ 5-3 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2020

“ทัพกระทิงดุ” สเปน

ต้องบอกเลยว่าคู่นี้นั้นต้องลุ้นกันถึง 120 นาทีเต็มหลังจากที่เสมอกันในเวลา 3-3 แต่สุดท้ายก็เป็น “ทัพกระทิงดุ” สเปน ที่เอาชนะโครเอเชียไปได้ 5-3 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป”ศึกยูโร2020”ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยคู่นี้นั้นได้ลงสนามทำการแข่งขันเมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามพาร์เคนสเตเดี้ยม เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เป็นการลงสนามดวลแข้งกันระหว่าง”ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปนกับ”ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย ผลปรากฏว่าในเวลา 90 นาทีทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 3-3

ส่งผลให้ต้องมีการต่อเวลาพิเศษแล้วก็เป็น”ทัพกระทิงดุ”ที่สามารถเอาชนะ”ทัพตาหมากรุก”ไปได้ด้วยสกอร์รวม 5-3 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปดวลกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เราจะพาท่านย้อนไปดูเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นในเกมนี้ พร้อมแล้วไปกันเลย

เกมนัดนี้นั้นกุนซือใหญ่”ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปน จัดทำมาในระบบ4-3-3 ในเกมนี้นั้นได้เลือกใช้งานทางด้านเฟร์ราน ตอร์เรส กับอัลบาโร่ โมราต้า และปาโบล ซาราเบีย ลงสนามเล่นประสานงานกันอยู่แดนหน้า คอยล่าประตูคู่แข่ง โดยมีสามประสานแดนกลางอย่างเปดรี้ กับเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และโกเก้ คอยสนันสนุนและทำเกมรุกในเกมนี้

ในขณะที่กุนซือใหญ่“ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย ได้จัดทำมาในระบบ4-3-3 เช่นเดียวกัน โดยเกมนัดนี้นั้นได้เลือกใช้งานทางด้านอันเต้ เรบิช กับบรูโน่ เป็ตโควิช และนิโกล่า วลาซิช ลงสนามเล่นประสานงานกันอยู่แดนหน้าเพื่อพังประตูคู่แข่ง โดยมีสามประสานแดนกลางอย่างมาเตโอ โควาซิช กับมาร์เซโล่ โบรโซวิช และลูก้า โมดริช คอยสนันสนุนและทำเกมรุกในเกมนี้ด้วย สเปนบอล

ไปดูเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเกม”ทัพกระทิงดุ” สเปน เอาชนะ”ทัพตาหมากรุก” โครเอเชีย 5-3

เปิดฉากเกมครึ่งเวลาแรกในนาทีที่ 9 เป็นทางด้านของ”ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปน ที่ได้โอกาสลุ้นทำประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ทีมนั้นได้ลูกฟรีคิกแล้วเป็นทางด้านโกเก้ รับหน้าที่ครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ จากนั้นก็เป็นเซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ที่เทกตัวขึ้นโขกเต็มๆแต่ทว่าโดมินิค ลิวาโควิช ยังยืนตำแหน่งได้ดีจึงสามารถเซฟลูกนี้เอาไว้ได้ ต่อจากนนั้นมาในนาทีที่ 16 ก็ยังเป็นโอกาสของทีมชาติสเปนที่ได้ลุ้นประตูขึ้นนำ จากจังหวะของเปดรี้ที่แทงทะลุช่องไปให้ทางด้านโกเก้ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่จะได้จบด้วยขวา

“ทัพกระทิงดุ” สเปน
แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของโดมินิค ลิวาโควิช นายด่าน“ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย เรียกได้ว่าเกมเป็นของทีมชาติสเปนเกือบทั้งหมด แต่ในนาทีที่ 20 ทีมชาติโครเอเชีย มาได้ประตูออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะการคืนบอลให้ผู้รักษาประตูของแนวรับ”ทัพกระทิงดุ” แต่ทว่าทางด้านอูไน ซิโมน นายด่านทัพกระทิงดุ จับบอลพลาดทำให้บอลเข้าประตูตัวเองเข้าไป ต่อมาในนาทีที่ 26 “ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย มาได้โอกาสลุ้นประตูที่สอง จากจังหวะของบรูโน่ เป็ตโควิช ที่ลากบอลขึ้นมาริมเส้นก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายบอลผ่านแนวรับสเปนไปให้มาเตโอ โควาซิช ได้วิ่งมากดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลก็พุ่งแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นก็เป็นทีมชาติสเปนที่ครองบอลบุกอีกครั้งแล้วก็มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 38 จากจังหวะของปาโบล ซาราเบีย ที่ได้ผ่านบอลไปให้เพื่อนร่วมทีมอย่างโฆเซ่ หลุยส์ กาย่า ได้กดจ่อๆหน้าประตูแต่ก็ยังไปติดเซฟโดมินิค ลิวาโควิช นายด่านโครเอเชีย ทำให้บอลไหลออกมาเข้าทางปาโบล ซาราเบีย ได้ซ้ำเข้าไปแบบไม่ต้องเซฟกันเลยส่งบอลไปนอนซุกก้นตาข่าย หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างผลัดกันบุกผลัดกันรับ แต่ก็ไม่มีทีมใดบวกประตูเพิ่มกันได้ ส่งผลให้หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรกด้วยสกอร์”ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปนเสมอ”ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย 1-1 สเปนลาลีกา 2

เกมกลับมาในครึ่งเวลาหลังทั้งสองทีมมีการปรับแผนเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมแล้วลักษณะของเกมก็คล้ายๆกับเกมในครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมก็เปิดเกมแลกหมัดใส่กันแล้วก็เป็น“ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปนที่ทำได้ดีกว่าแซงนำ”ทัพตาหมากรุก”โครเอเชีย 2-1 ในนาที 57 จากจังหวะของเปดรี้ที่ทำเกมรุกขึ้นมาทางด้านกราบซ้าย ก่อนที่จะจ่ายบอลต่อให้เฟร์ราน ตอร์เรสที่เติมขึ้นมาได้ครอสเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วก็เป็นทางด้านของเซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ที่วิ่งสอดขึ้นมาได้เทดตัวขึ้นโขกแบบเน้นๆ ไม่เหลือส่งบอลเข้าไปนอนซุกก้นตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ต่อมาในนาทีที่ 76 ทีมชาติสเปนมาได้ประตูหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะที่ทีมนั้นได้ลูกฟรีคิกแล้วก็เป็นเปา ตอร์เรส เล่นเร็วโยนบอลทะแยงมุมข้ามฟากไปให้ทางด้านเฟร์ราน ตอร์เรส เอาบอลลงได้สวยก่อนได้หลุดเข้าไปยิงแบบเน้นๆ ส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างสวยงาม

พอหลังจากที่”ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย เสียลูกสามทางกุนซือประจำทีมก็เล่นเทหมดหน้าตักถอดกองหลังเสริมกองหน้าเพื่อลุ้นทวงประตูคืน แล้วแผนนี้ก็ใช้ได้ผลต่อมาในนาทีที่ 85 โครเอเชียมาได้ประตูตีตื่นไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จากจังหวะการทำเกมขึ้นมาทางด้านริมเส้นกราบขวาของลูก้า โมดริช ก่อนที่จะจ่ายยัดเข้าไปในกรอบบริเวณหน้าปากประตูห่างจากเส้นปากประตูไม่ถึงหลา ก่อนที่จะเป็นอันเต้ บูดิเมียร์ ที่ได้ยิงจ่อๆ แต่บอลยังไปติดบล็อคแนวรับทีมชาติสเปน บอลเด้งออกมาเข้าทางมิสลาฟ ออร์ชิช ซ้ำเข้าไปอีกรอบคราวนี้ก็ไม่เหลือ สเปนu21

พอเกมกลับมาที่สกอร์ 2-3 ทางโครเอเชียก็มีแรงสู้ต่อ ส่วนทาง”ทัพกระทิงดุ”ก็ถอยลงไปตั้งรับเกือบทั้งหมด เกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+2 “ทัพตาหมากรุก”มาได้ประตูตีเสมอเป็น 3-3 จากจังหวะการทำเกมขึ้นมาริมเส้นของมิสลาฟ ออร์ชิช ก่อนที่จะเปิดบอลปาดเข้าหน้าประตูในกรอบเขตโทษ แล้วก็เป็นมาริโอ ปาซาลิช ที่เติมขึ้นมาเทกตัวชิงขึ้นโขกก่อน ส่งบอลเข้าไปนอนตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม สเปน u21
“ทัพกระทิงดุ” สเปน

จากนั้นหมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ยังหาผู้ชนะไม่ได้ จะต้องทำการต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที จนมาถึงในนาทีที่ 100 ดานี่ โอลโม่ เปิดบอลไปให้ อัลบาโร่ โมราต้า เอาบอลลงด้วยขวา ก่อนหวดด้วยซ้ายเต็มข้อส่งบอลแสกหน้า โดมินิค ลิวาโควิช เข้าประตูพาสเปนออกนำโครเอเชีย 4-3 ต่อมาในนาทีที่ 103 “ทัพกระทิงดุ” ยังคงบุกต่อโดยอัลบาโร่ โมราต้า ได่ไหลบอลให้ดานี่ โอลโม่ ได้ครอสปาดหน้าปากประตูไปให้มิเกล โอยาซาบัล ได้พักบอลลงพื้นก่อนจะซัดด้วยเท้าซ้ายแบบโล่งๆ เข้าไปอย่างสวยงามทำให้ทีมชาติสเปนหนีห่างทีมชาติโครเอเชีย 5-3 หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มหมดเวลาการแข่งขัน 120 นาที “ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชียพ่ายให้กับ”ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปน 3-5 สุดมันส์ทำให้”ทัพตาหมากรุก” ร่วงตกรอบ ส่วน “ทัพกระทิงดุ”ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

รายชื่อของตัวผู้เล่นที่ลงสนามในเกมนี้ของทั้งสองทีม

สเปนยูโร“ทัพกระทิงดุ”ทีมชาติสเปน จัดทัพมาในระบบแผนการเล่น4-3-3 ประกอบไปด้วยปาโบล ซาราเบีย : อูไน ซิโมน : อัลบาโร่ โมราต้า : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า
: โฆเซ่ หลุยส์ กาย่า : ดานี่ โอลโม่ : อายเมริค ลาปอร์กต์ : เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ : โกเก้ : เปดรี้ : เปา ตอร์เรส : มิเกล โอยาซาบัล : จอร์ดี้ อัลบา : โรดรี้ : เอริค การ์เซีย
: เฟร์ราน ตอร์เรส : ฟาเบียน รูอิซ

“ทัพตาหมากรุก”ทีมชาติโครเอเชีย จัดทัพมาในระบบแผนการเล่น4-3-3 ประกอบไปด้วยอันเต้ เรบิช : โดมินิค ลิวาโควิช : บรูโน่ เป็ตโควิช : โยซิป เบรคาโล่
: อันเดร ครามาริช : โดมาโกจ์ วิด้า : นิโกล่า วลาซิช : อันเต้ บูดิเมียร์ : มิสลาฟ ออร์ชิช : ยอสโก้ กวาร์ดิโอล : ลูก้า อิวานูเชซ : ลูก้า โมดริช : มาเตโอ โควาซิช
: มาร์เซโล่ โบรโซวิช : มาริโอ ปาซาลิช : โยซิป ยูราโนวิช : ดูเย่ คาเลตา-คาร์

บทความแนะนำ